เครื่องปั่นไฟ วิธีเลือกซื้อ

สำรวจความต้องการในการใช้ไฟ

1. ก่อนอื่นให้คุณสำรวจความต้องการในการใช้ไฟก่อน ว่าคุณมีความจำเป็นในการใช้ไฟมากน้อยเท่าไหร่ โดยคุณสามารถคำนวณได้จากการวัดปริมาณกระแสไฟฟ้า ซึ่งมีสูตรการคำนวณง่ายๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งก่อนอื่นคุณจะต้องทราบก่อนว่าเครื่องปั่นไฟฟ้านั้นจะมีหน่วยวัดเป็น
1.1. กิโลวัตต์ (KW) และ ) เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ที่คำนวณออกมาก็ควรแปลงให้เป็นกิโลวัตต์เสมอ เช่น ถ้าคุณรวมปริมาณค่าไฟฟ้าของอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าแล้วได้ 8000 วัตต์ ให้หารด้วย 1000 คุณก็จะได้ 8 กิโลวัตต์
1.2. กิโลโวลต์แอมป์ (WVA) เป็นหน่วยที่ได้จากการนำเอากิโลวัตต์ที่ได้มาหาร 8 ถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นรวมค่าไฟฟ้าได้ทั้งหมดได้หน่วยเป็นวัตต์คุณก็จะต้องเปลี่ยนให้เป็นกิโลวัตต์ด้วยการหารด้วย 1000 แล้วหารด้วย 0.8 เพื่อให้ได้เป็นกิโลโวลต์แอมป์ เช่น ถ้าคุณรวมปริมาณค่าไฟฟ้าของอุปกรณ์เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าแล้วได้ 8000 วัตต์ ให้หารด้วย 1000 คุณก็จะได้ 8 กิโลวัตต์ จากนั้นให้หารด้วย 0.8 คุณก็จะได้ 10 กิโลโวลต์แอมป์
แล้วคุณก็จะได้ค่าหน่วยของไฟฟ้าที่จะนำไปเปรียบเทียบในการเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟแล้วล่ะ ซึ่งคุณสามารถเลือกเครื่องปั่นไฟราคาถูกที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองได้เลย

2. ก่อนจ่ายเงินซื้อให้กับทางร้านหรือผู้ขายคุณควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ และชิ้นส่วนทุกชิ้นของเครื่องปั่นไฟราคาถูกนั้นสามารถใช้งานได้ทุกอย่าง ซึ่งมันเป็นหนึ่งในวิธีที่จะทำให้ทราบได้ว่าเครื่องปั่นไฟราคาถูกนั้นสามารถใช้งานได้จริง และสมบูรณ์หรือไม่ก่อนนำไปใช้งานที่บ้านหรือสถานที่ทำงานของคุณ เนื่องจากร้านบางร้านอาจจะไม่สนใจหรือให้ความช่วยเหลือคุณเลยถ้าคุณได้ซื้อเครื่องปั่นไฟไปแล้วเลยก็ได้ รวมถึงให้คุณเก็บเอกสารในการซื้อ ใบประกัน ใบรับรองต่างๆ จากทางร้านเอาไว้เพื่อนำมาใช้เมื่อต้องแก้ไขหรือซ่อมแซมเครื่องปั่นไฟที่ซื้อไปแล้ว

เครื่องปั่นไฟ

ข้อคิดในการเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟราคาถูก

1. อย่าเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟที่มีแค่ราคาถูก แต่คุณต้องคำนึงถึงคุณภาพการใช้งานของเครื่องปั่นไฟด้วย เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ชอบของถูกกันทั้งนั้นรวมถึงเครื่องปั่นไฟราคาถูกก็เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกซื้อ แต่อย่าลืมว่าบางร้าน หรือผู้ขายบางคนนั้นก็ไม่ได้ขายเครื่องปั่นไฟราคาถูกที่มีคุณภาพเสมอไป

2. อย่าตัดหน่วยเครื่องปั่นไฟ เช่น ถ้าคุณได้หน่วยของค่าไฟฟ้าทั้งหมด 8.5 กิโลวัตต์ ก็ควรปัดให้เป็น 9 กิโลวัตต์ ไม่ควรปัดลงให้เหลือแค่ 8 กิโลวัตต์ บางคนอาจจะคิดว่าการเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟนั้นก็เหมือนกับการซื้อของทั่วไป แต่เมื่อไหร่ที่คุณซื้อเครื่องปั่นไฟแล้วนำไปใช้งานเกินค่าไฟฟ้าที่เครื่องปั่นไฟสามารถทำงานได้ก็จะทำให้เครื่องพังได้เหมือนกัน